ติดตามหนี้สินและบังคับคดี

 

ติดตามหนี้สิน

จากสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน “หนี้ด้อยคุณภาพ” หรือ NPL ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก เงินที่ได้ปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกหนี้ไปแล้วนั้นเรียกเก็บคืนได้ยากขึ้น ทำให้เงินหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจมีน้อยลง ก่อให้เกิดการขาดสภาพคล่อง ดังนั้นบริการ ติดตามหนี้โดยบริษัท เอาซอร์ทจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยเพิ่มศักยภาพในการจัดเก็บและติดตามหนี้ ทำให้การบริหารจัดการติดตามหนี้ มีความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และมีความชัดเจนในส่วนงานบริการ

ผลประโยชน์และศักยภาพที่จะได้รับ

- ลดค่าใช้จ่ายการลงทุน ทั้งในด้านระบบ อุปกรณ์ บุคลากร และ สถานที่

- สามารถปฏิบัติงานได้ทันที่โดยบุคลากรที่มีประสบการณ์และระบบที่มีประสิทธิภาพ

- สามารถประเมินผลการทำงานจากรายงานตามที่องค์กรต้องการ

- มีความยืดหยุ่นในการขยายหรือลด บริการโดยไม่มีผลกระทบต่อองค์กรโดยรวม

- สามารถกำหนดขอบเขตแผนการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งในการจ้างเหมาดำเนินงานของ บริษัท ไทยธนาฯ จำกัด จะเป็นผู้จัดเตรียมสถานที่ ระบบโทรศัพท์ ระบบคอมพิวเตอร์ทั้ง Hardware Software Application และ เจ้าหน้าที่ติดตามหนี้ ตลอดจนเจ้าหน้าที่หัวหน้างาน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพ ให้ทั้งหมด โดยมีทีมงานที่เชี่ยวชาญในงานบริหารติดตามหนี้จะเป็นผู้บริหารจัดการ เพื่อให้สามารถติดตามหนี้ค้างชำระได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บังคับคดี

การบังคับคดี หมายถึง วิธีการที่คู่ความผู้ชนะคดีจะดำเนินการเอาแก่ผู้แพ้คดีเพื่อให้ได้ผลตามคำพิพากษา เนื่องจากฝ่ายแพ้คดีไม่ยอมปฏิบัติตามคำพิพากษา โดยได้ทราบคำบังคับ และระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้เพื่อการปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้ว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีอำนาจดำเนินการขอให้ศาลบังคับคดีได้ โดยอาจร้องขอให้มีการบังคับคดีได้นับแต่วันศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ไม่จำเป็นต้องรอจนกว่าคดีจะถึงที่สุด แม้จะมีการอุทธรณ์ฎีกาคำพิพากษา แต่หากศาลมิได้มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ก็ย่อมดำเนินการบังคับคดีได้ อย่างไรก็ตาม คู่ความฝ่ายชนะคดีต้องร้องขอให้มีการบังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่วันศาลมีคำ พิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุด